MV Agusta Brutake 800

                    สำหรับเจ้า MV Agusta Brutale 800 นั้นถือว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์เนกเกตไบค์ที่สวยงามที่สุด และถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวแรกที่มีหลายๆคนให้ความสนใจและต้องการเป็นเจ้าของมากที่สุดรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้

                โดยเจ้า 2018 MV Agusta Brutale 800 นั้นจะใช้พื้นฐานเดิมของปี 2017 ที่ผ่านมา โดยยึดเอาการอัพเกรดอุปกรณ์ที่โมเดลก่อนหน้านี้ หลังจากเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างไปจากโมเดล 2016 ที่ผ่านมา โดยยังคงขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 798 ซีซี สามลูกสูบ สี่จังหวะ 12 วาล์วแบบ DOHC อัตราส่วนกำลังอัด 12.3:1 ขนาดกระบอกสูง x ช่วงชักอยู่ที่ 79 x 54.3 มิลลิเมตร ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังสูงสุดที่ 109 HP ที่ 11,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 83 นิวตันเมตรที่ 7,600 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบเกียร์อัจฉริยะ EAS2.0 ที่สามารถปรับเกียร์ขึ้นและลงได้โดยไม่ต้องกำคลัทซ์ ระบบคลัทซ์แบบเปียกซ้อนกันหลายชั้น ส่งกำลังสุดท้ายด้วยระบบโซ่ ตัวรถมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยทั้งระบบ Traction Control ที่สามารถปรับระดับได้ 8 ระดับ ระบบ MVICS sinvit[[ Motors&Vehice Control System ช่วยในการควบคุมตัวรถจากแรงม้าและแรงบิด พร้อมระบบควบคุมอัตราการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสมกับอัตราความเร็วในการขับขี่ ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอลเต็มรูปแบบ

                โครงสร้างตัวถัง ALS Steel Trellis Frame แข็งแรงทนทานต่อแรงบิดสูง โดยโครงสร้างตัวถังชิ้นนี้เป็นการออกแบบใหม่ทำให้ได้ฐานล้อที่ยาวกว่าเดิม 20 มิลเมตร ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Telescopic Upside-Down ขนาด 43 มิลลิเมตรจากแบรนด์ Marzochi ระยะยุบตัว 125 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนหลัง Monoshock ปรับระดับได้ ทำงานร่วมกับ Single Side Swingarm ที่ผลิตจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ระบบเบรกหน้า Floatind Disc คู่ขนาด 320 มิลลิเมตรปั้มเบรกคู่แบบ 4 พอร์ตจาก Brembo ระบบเบรกหลังดิสก์เกี่ยวขนาด 220 มิลลิเมตร ปั้มเบรก 2 พอร์ตจาก Brembo พร้อมระบบ ABS จาก Bosch รุ่น 9 plus และระบบป้องกันล้อหลังยก วงล้อแม็กอลูมิเนียมขนาด 17 นิ้ว ทั้งหน้าและหลัง พร้อมยางขนาด 120/70ZR17 และ 180/55ZR17 มิติตัวรถมีความกว้าง 875 มิลลิเมตร ความยาว 2,045 มิลลิเมตร ความสูงเบาะนั่ง 830 มิลลิเมตร ถังน้ำมันจุได้ 16.5 ลิตร น้ำหนักตัวรถ 175 กิโลกรัมไม่รวมน้ำมันเชื้อเพลิงและของเหลว

        จุดเด่นของ 2018 MV Agusta Brutale 800                

                นอกจากความสวยงามภายนอกแล้ว ขุมกำลังหลักของเจ้า Brutale 800 นั้นจะมีความแตกต่างจากรถในแนวเนกเกตไบค์พอสมควร โดยเน้นไปที่อัตราเร่งที่ดีเยี่ยมในทุกๆ ย่านความเร็ว แรงบิดที่พอดีไม่มากไม่น้อย โดยเจ้า Brutale 800 คันนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว อีกทั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยอย่างระบบเกียร์ EAS2.0 ที่ให้อารมณ์ในการขับขี่ที่สปอร์ตมากขึ้น รวมไปถึงระบบความปลอดภัยที่สามารถควบคุมแรงม้าและแรงบิดของตัวรถได้และยังสามารถควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้เข้ากับรูปแบบการขับขี่ของเราได้อีกด้วย

                สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเจ้า 2018 MV Agusta Brutale 800 คันนี้ก็ต้องรอการนำเข้ามาอย่างเป็นทางการภายในปีนี้ ส่วนที่วางขายในบ้านเราขณะนี้จะเป็นโมเดลของปี 2016 โดยวางราคาไว้ที่ 949,000 บาท สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ MV AGUSTA THAILAND ได้เลยครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.mvagusta-latphrao.com  และ www.greatbiker.com



รีวิว 2018 Yamaha YZF-R6 [SPECS REVIEW]         

       เดินทางเข้าสู่ปีที่ 2 ของโฉมนี้แล้วสำหรับ Yamaha YZF-R6 รถสปอร์ต Replica ที่สร้างกระแสในเมืองไทยได้เป็นอย่างดีนับตั้งแต่เปิดตัวในงาน Motor Show 2017 ที่ผ่านมาและในปี 2018 นี้ ทาง Yamaha ก็ได้เพิ่มสีสันใหม่ให้กับเจ้า R6 ให้ดุดันมากกว่าเดิม

        โดยพื้นฐานของเจ้า Yamaha YZF-R6 ของปี 2018 นั้นจะเหมือนกับโมเดลในปี 2017 ด้วยเครื่องยนต์ขุมกำลัง 599 ซีซี 4 ลูกสูบเรียง 4 จังหวะ 16 วาล์วแบบ DOHC ที่ผลิตมาจากวัสดุไทเทเนียมที่ทนทานต่อความร้อนและแรงกระแทก ขนาดกระบอกสูบxช่วงชักอยู่ที่ 67.0×42.5 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 13.1:1 จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบคันเร่งไฟฟ้าพร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมด ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีดพร้อมระบบ Quickshifter ระบบคลัทซ์แบบ Wet Multiple พร้อมระบบ  Slipper Clutch ป้องกันการจับตัวของแผ่นคลัทซ์ในจังหวะที่มีการเปลี่ยนเกียร์แบบผิดธรรมชาติ ส่งกำลังสุดท้ายด้วยระบบโซ่ หน้าจอแสดงผลดิจิตอลผสมอนาล็อก ตัวแฮนด์เป็นแบบ Clip-on จับโช้คใต้แผงคอให้อารมณ์สปอร์ตเต็มพิกัด  สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบไฟฟ้า

        โครงสร้างตัวถัง Straight Frane Concept ถอดแบบมาจากรถแข่ง MotoGP อย่าง Yamaha YZR-M1 ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Telescopic หัวกลับ Upside-Down ขนาด 43 มิลลิเมตรจาก KYB สามารถปรับระดับได้ 3 ระดับ ระบบกันสะเทือนหลัง Monoshock ปรับระดับได้ 4 ระดับ ทำงานร่วมกับอลูมิเนียมสวิงอาร์ม ระบบเบรกหน้า Dual Hydraulic Disc ขนาด 320 มิลลิเมตร ปั้มเบรก Radial Mount จาก Nissin ระบบเบรกหลัง Hydraulic Disc เดี่ยวขนาด 220 มิลลิเมตร พร้อมระบบเบรก ABS แบบ Dual Channel วงล้อแม็กอัลลอยด์ขนาด 17 นิ้วหน้าหลัง พร้อมยางขนาด 120/70ZR17 และ 180/55ZR17 มิติตัวรถมีความกว้าง 695 มิลลิเมตร ความยาว 2,040 มิลลิเมตร ความสูงโดยรวม 1,150 มิลลิเมตร ความสูงเบาะนั่ง 850 มิลลิเมตร ถังน้ำมันจุได้ 17 ลิตร น้ำหนักรถโดยรวม 190 กิโลกรัม

 จุดเด่นของ 2018 Yamaha YZF-R6

        ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเครื่องยนต์ของ Yamaha นั้นมีประสิทธิภาพสุดยอดเพียงใด ถึงแม้จะเป็นรถในแนว SuperSport แต่ก็สามารถไล่บี้กับ ตัว 1000 ในสนามแข่งขันได้อย่างสูสี ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งมาให้ครบครั้น ทั้งเรื่องของประสิทธิภาพและความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบคันเร่งไฟฟ้าที่โหมดให้เลือกในการขับขี่ 3 รูปแบบ ระบบ Traction Control, Slipper Clutch ที่สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี   อีกทั้งเครื่องยนต์สามารถรีดแรงม้าได้สูง พร้อมกับ RED LINE ที่ 16,000 รอบต่อนาที

    สำหรับเจ้า 2018 Yamaha YZF-R6 จะมีด้วยกันสองสีใหม่คือสี Mate Metallic Grey และสี Yamaha Blue โดย Yamaha ประเทศไทยได้วางราคาของเจ้า R6 ไว้ที่ 549,000 บาท สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจก็สามารถเข้าไปชมตัวจริงและติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อัตราการผ่อนดาวน์ได้ที่ Yamaha Rider Club ใกล้บ้านท่านได้เลยครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก  www.totalmotorcycle.com  และ https://www.greatbiker.com